หากพูดถึงเกมแล้วหลายคนคงนึกภาพของคุ้กกี้รันขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก… ไม่ว่าจะด้านดีเล่นแล้วติด แข่งชิงแต้มกับคนอื่นจนนำโด่งขึ้นอันดับต้น ๆ หรือไม่ก็นึกถึงในด้านลบ คิดถึงทีไรหงุดหงิดเมื่อนึกว่ามีคนทักไลน์มาที่ไหนได้… ชวน-วิ่ง…cookie run

เกมเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาพร้อม ๆ กับคอมพิวเตอร์ นั่นแหละครับ เริ่มแรกจากเกมที่เป็นเส้นขีด ๆ แสดงสัญญลักษณ์ ภาพในเกมก็สวยงามอลังการขึ้นจนเกือบเหมือนของจริง นี่ถ้าหากคนสร้างไม่พยายามสร้างความแตกต่างบางครั้งเราคงแยกกันไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือความจริง และอันไหนคือสิ่งที่เรียกว่า CG พร้อมกันนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแนวจากการเล่นแค่คนสองคนที่อยู่ข้างกัน ปรับมาเป็นการเล่นกันกับคนทั่วโลก

การเล่นเกมบน platform ของเครื่องเล่นไม่ว่าจะ Nintendo Playstation Gameboy Sega หรือบนคอมพิวเตอร์เคยแข่งขันขับเคี่ยวกันมาอย่างดุเดือดจากทั้งภาพ เนื้อเรื่อง วิธีการเล่น จนกระทั่งมีสิ่งที่เรียกว่า tablet เกิดขึ้นบนโลก

ธุรกิจเกมมีการลงทุนสร้างเกมบน platform ก่อนหน้านั้นต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสร้างเกมภาพสวย ระบบการเล่นที่ลื่นไหลชวนให้ติดตาม แต่แล้วในท้ายที่สุดอุตสาหกรรมเกมกลับต้องถดถอยลงและมาบูมใน platform ios และ android ทั้งที่การลงทุนสร้าง ‘ต่ำ’ กว่ามาก รวมถึงภาพและวิธีการเล่นก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเสียหน่อย

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นในมุมมองของคนเขียนคิดว่าเกิดจาก…

1. ความสะดวกสบายในการพกพา เพราะ tablet และ smartphone นั้นพกพาง่ายเสียเหลือเกิน (แน่นอนล่ะครับ มีแต่จอ)
2. เครื่องเดียวทำได้หลายอย่าง มันคงจะดีกว่าถ้าเครื่องที่ถืออยู่สามารถสลับงานไปมา เดี๋ยวดูนู่น เดี๋ยวดูนี่ เดี๋ยวเล่นเกม นั่นทำให้เครื่อง tablet มีผู้ใช้งานจำนวนมากและมีปริมาณสูงขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดี๋ยวกับนักเล่นเกมที่เปลี่ยนจาก platform อื่นมาสู่ tablet อีกมหาศาล…

ถ้านักพัฒนาเกม เห็นว่างานที่ตนพยายามสร้างขึ้นมาเป็นปีทำรายได้ได้น้อยกว่าเกมที่เขียนแค่ไม่กี่เดือนแล้วล่ะก็ นักพัฒนาเองก็คงอยากเปลี่ยน platform และสร้างสรรค์จินตนาการของตนบน platform ใหม่เหมือนกันจริงไหมล่ะครับ?

และข้อสุดท้ายซึ่งผมจะขอสรุปเรื่อง เกม ไปเลยนั่นก็คือ ตั้งแต่ต้นแล้วเกมสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขันครับ คนเราชอบการแข่งขันเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้นอะไรก็ตามที่มีการแข่งขันกันคนก็ติดแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีภาพสุดสวยและอลังการอะไรมากมายนักหรอก ซึ่งเกมบน tablet สามารถตอบโจทย์เรื่องการแข่งขันได้ชัดเจนมาก เพราะไม่ใช่แค่การแข่งกันกับเพื่อนไม่กี่คน แต่เพราะพยายามลากวงการแข่งขันให้กว้างที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และนั่นคือ key factor ของสิ่งที่เรียกว่า ‘เกม’ ครับ